EA PIVOT LINE เป็นระบบช่วยเทรดอัตโนมัติที่นำระดับเส้น Pivot Line มาใช้เป็นจุดอ้างอิงในการวางแผนเข้าออเดอร์และจัดการคำสั่งซื้อขายอย่างเป็นระบบ ทำให้การเปิดออเดอร์มีเงื่อนไขชัดเจน สามารถกำหนดจุดเข้า จุดทำกำไร จำนวนออเดอร์ ขนาด Lot การจำกัดกำไรขาดทุน พร้อมกับมีระบบ Trailing Stop และสามารถกำหนดช่วงเวลาทำงานได้ตามแผนเทรดของผู้ใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ระบบช่วยติดตามราคาและทำงานตามระดับ Pivot โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา
คู่มือนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อแนะนำการตั้งค่า EA PIVOT LINE ในแต่ละส่วน ทั้งวิธีการเปิดออเดอร์ตามระดับ TP1–TP5 การจัดการ Lot การควบคุมความเสี่ยง ไปจนถึงการตั้งค่าเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจหน้าที่ของแต่ละฟังก์ชั่นและสามารถปรับค่าได้เหมาะสมก่อนนำไปใช้งานจริง
ส่วนนี้เป็นการตั้งค่าหลักของ EA ใช้ควบคุมภาพรวมการทำงานทั้งหมด
MagicNumber_1 : ใช้กำหนดหมายเลขประจำตัวของ EA เพื่อแยกออเดอร์ของ EA ตัวนี้ออกจากออเดอร์อื่น หากใช้งาน EA หลายตัวในบัญชีเดียวกัน ควรตั้ง Magic Number ไม่ให้ซ้ำกัน
NameEa : ใช้กำหนดชื่อของ EA หรือข้อความกำกับออเดอร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ว่าออเดอร์นั้นถูกเปิดโดยระบบ PIVOT LINE
CountOrderToDay : ใช้กำหนดจำนวนครั้งหรือจำนวนชุดออเดอร์ที่ EA สามารถเปิดได้ภายในหนึ่งวัน หากตั้งค่าเป็น 1 หมายถึงให้ EA เปิดออเดอร์ได้หนึ่งชุดต่อวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมจำนวนรอบการเทรด
modeEa : ใช้กำหนดทิศทางการทำงานของ EA เช่น Buy, Sell หรือ Buy and Sell หากเลือก Buy and Sell ระบบจะสามารถเปิดออเดอร์ได้ทั้งสองฝั่งตามเงื่อนไขของ Pivot Line
modeOpen : ใช้กำหนดรูปแบบการเปิดออเดอร์ของ EA เช่น
Mode Tp with OneOrder : ใช้กำหนดรูปแบบการใช้ Take Profit เมื่อ EA ทำงานในโหมด One Order โดยสามารถเลือก TP ที่จะปิดออเดอร์ได้ตั้งแต่ 1-5 TP หากตั้งเป็น not tp หมายถึงไม่ใช้ TP แบบแยกเฉพาะออเดอร์ แต่อาจให้ระบบไปปิดตามกำไรรวม หรือเงื่อนไขอื่นแทน
Repaint WithOrder : ใช้กำหนดว่า EA จะทำงานร่วมกับสัญญาณหรือเส้นที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ โดยหากตั้งเป็น true ระบบจะยอมให้ EA ทำงานตามเงื่อนไขของเส้นที่อาจมีการเปลี่ยนค่า
OrderMax : ใช้กำหนดจำนวนออเดอร์สูงสุดที่ EA สามารถเปิดค้างไว้ได้ ค่านี้สำคัญมาก เพราะมีผลต่อความเสี่ยงของพอร์ตโดยตรง หากตั้งสูงเกินไป อาจทำให้มีออเดอร์สะสมมากเกินกว่าพอร์ตจะรับได้
Maxlot : ใช้กำหนดขนาด Lot สูงสุดที่ EA อนุญาตให้เปิด ช่วยป้องกันไม่ให้ระบบเพิ่ม Lot สูงเกินไป โดยเฉพาะกรณีใช้งานระบบเพิ่ม Lot แบบตัวคูณหรือแบบบวก Lot
Maxspread : ใช้กำหนดค่า Spread สูงสุดที่ EA ยอมรับได้ หาก Spread สูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ EA จะไม่เปิดออเดอร์ ช่วยลดความเสี่ยงจากช่วงตลาดผันผวนหรือช่วง Spread ถ่าง
Enable_MM : ใช้เปิดหรือปิดระบบ Money Management หากตั้งเป็น false ระบบจะใช้ Lot คงที่จากช่อง lotsizes หากตั้งเป็น true ระบบจะคำนวณ Lot ตามเงินทุนและค่าความเสี่ยงที่กำหนด
RISK : LOT = BALANCE / RISK : ใช้สำหรับคำนวณ Lot อัตโนมัติเมื่อเปิด Enable_MM ยิ่งตั้งค่า Risk สูง Lot ที่คำนวณได้จะยิ่งเล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ขนาด Lot ปรับตาม Balance ของบัญชี
lotsizes : ใช้กำหนดขนาด Lot เริ่มต้นแบบคงที่ เช่น 0.01 เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการควบคุมความเสี่ยงแบบชัดเจน
multi use > 1.0 not use = 1.0 : ใช้กำหนดตัวคูณ Lot หากตั้งมากกว่า 1.0 ระบบอาจเพิ่ม Lot ในไม้ถัดไปตามตัวคูณ เช่น 1.5 หรือ 2.0 หากไม่ต้องการใช้ระบบเพิ่ม Lot ให้ตั้งเป็น 1.0
add_use > 0.01 not use = 0.0 : ใช้กำหนดการเพิ่ม Lot แบบบวกเพิ่มทีละจำนวน เช่น เพิ่มครั้งละ 0.01 หากไม่ต้องการใช้ระบบเพิ่ม Lot แบบบวก ให้ตั้งเป็น 0.0
Takeprofit : ใช้กำหนดระยะทำกำไรของออเดอร์
Profit % : ใช้กำหนดเป้าหมายกำไรรวมเป็นเปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
Profit $ : ใช้กำหนดเป้าหมายกำไรรวมเป็นจำนวนเงิน เช่น ตั้งค่า 10 หมายถึงเมื่อกำไรรวมถึง 10 ดอลลาร์ ระบบจะปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
Cutloss % : ใช้กำหนดระดับขาดทุนสูงสุดเป็นเปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
Cutloss $ : ใช้กำหนดระดับขาดทุนสูงสุดเป็นจำนวนเงิน
shift : 1 = end 1Candle, 0 = not End Candle : ใช้กำหนดการอ่านสัญญาณของ EA หากตั้งเป็น 1 ระบบจะอ่านจากแท่งเทียนที่ปิดแล้ว ทำให้สัญญาณนิ่งกว่า หากตั้งเป็น 0 ระบบจะอ่านจากแท่งปัจจุบัน ทำให้เข้าออเดอร์ไวขึ้น แต่สัญญาณอาจเปลี่ยนระหว่างแท่งได้
ส่วนนี้ใช้กำหนดว่า EA จะเปิดออเดอร์เมื่อราคามาถึงระดับใดของเส้น Pivot Line โดยแบ่งได้ตั้งแต่ 1-5 TP เพื่อให้ใช้ในการเปิดออเดอร์เมื่อถึงระดับ
หากเปิดค่าเหล่านี้เป็น true ทั้งหมด EA จะสามารถทำงานได้ครบทุกระดับ TP1 ถึง TP5 แต่หากต้องการลดจำนวนจุดเข้าออเดอร์ สามารถเลือกเปิดเฉพาะระดับที่ต้องการ และปิดระดับอื่นเป็น false ได้
ส่วนนี้จะใช้กำหนดค่าระดับของเส้น Pivot Line ที่ EA ใช้อ้างอิงในการเข้าออเดอร์และคำนวณระดับเป้าหมาย
Entry : ใช้กำหนดระดับเส้น Entry ซึ่งเป็นจุดอ้างอิงสำหรับการพิจารณาเข้าออเดอร์
Tp1 : ใช้กำหนดระดับ TP1 เป็นระดับเป้าหมายชั้นแรกของระบบ ในการเข้าออเดอร์
Tp2 : ใช้กำหนดระดับ TP2 เป็นระดับเป้าหมายชั้นที่สอง ในการเข้าออเดอร์
Tp3 : ใช้กำหนดระดับ TP3 เป็นระดับเป้าหมายชั้นที่สาม ในการเข้าออเดอร์
Tp4 : ใช้กำหนดระดับ TP4 เป็นระดับเป้าหมายชั้นที่สี่ ในการเข้าออเดอร์
Tp5 : ใช้กำหนดระดับ TP5 เป็นระดับเป้าหมายชั้นสุดท้ายของระบบ ในการเข้าออเดอร์
ค่ากลุ่มนี้ควรทดสอบบนกราฟจริงก่อนนำไปใช้งาน เนื่องจากแต่ละค่ามีผลต่อระยะห่างของเส้น Pivot Line และระดับ TP ของระบบ โดยการคำนวณจะอ้างอิงตัวเลขจาก Fibonacci เป็นหลัก ดังนั้นการปรับค่าในส่วนนี้ควรทำอย่างระมัดระวัง และเหมาะกับผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์หรือเข้าใจพฤติกรรมของ EA มาก่อน
ส่วนนี้ใช้สำหรับตั้งค่าระบบเลื่อนจุดปิดกำไร เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่มีกำไร
UseTrailingStop : ใช้เปิดหรือปิดระบบ Trailing Stop หากตั้งเป็น false ระบบจะไม่เลื่อน Stop ตามราคา หากตั้งเป็น true ระบบจะเริ่มทำงานตามค่าที่กำหนดไว้
TrailingStop : ใช้กำหนดระยะห่างของ Trailing Stop เช่น 200 หมายถึงให้ระบบเลื่อนจุด Stop ตามราคาด้วยระยะห่าง 200 points
TP_Trailing : ใช้กำหนดค่าเพิ่มเติมสำหรับการทำงานร่วมกับ Trailing Stop หากตั้งเป็น 0 หมายถึงไม่ใช้งาน
ระบบ Trailing Stop เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล็อกกำไรเมื่อราคาไปถูกทาง และลดความเสี่ยงจากการกลับตัวของราคา
*Trailing Stop สามารถใช้ได้สำหรับ OneOrderAndCut เท่านั้น
ส่วนนี้ใช้กำหนดช่วงเวลาที่อนุญาตให้ EA ทำงาน
Enable_Usetime : ใช้เปิดหรือปิดระบบจำกัดเวลาทำงานของ EA หากตั้งเป็น true ระบบจะเปิดออเดอร์เฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด หากตั้งเป็น false ระบบจะทำงานตลอดเวลาตามเงื่อนไขของ EA
Time_Start : ใช้กำหนดเวลาเริ่มทำงานของ EA เช่น 10.0 หมายถึงเริ่มทำงานเวลา 10:00 น.
Time_Stop : ใช้กำหนดเวลาหยุดทำงานของ EA เช่น 20.0 หมายถึงหยุดเปิดออเดอร์เวลา 20:00 น.
การกำหนดเวลาเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ EA ทำงานเฉพาะช่วงตลาดที่มีสภาพคล่องดี หรือหลีกเลี่ยงช่วงข่าวสำคัญและช่วง Spread ถ่าง