คู่มือการใช้งาน EA HEDGING HYBRID CLOSE

EA Hedging Hybrid Close คือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ (Expert Advisor) ที่ทำงานบนหลักการ Full Hedging 100% หรือการเปิดออเดอร์ฝั่งตรงข้ามในขนาดล็อตที่เท่ากัน เพื่อ “ล็อก” ออเดอร์หลักไว้ไม่ให้กำไร/ขาดทุนเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม

พูดง่าย ๆ คือเมื่อ EA เข้าสู่สถานะ Hedging แล้ว กำไรหรือขาดทุนจะถูกตรึงไว้ (Freeze) ที่ระดับเดิม ไม่ว่าราคาจะวิ่งขึ้นหรือลงต่อไปอีกเท่าใดก็ตาม เนื่องจากออเดอร์ฝั่งซื้อ (Buy) และฝั่งขาย (Sell) จะหักล้างกันโดยอัตโนมัติ

โดยฟีเจอร์นี้มีการตั้งค่าการใช้งานดังต่อไปนี้

BrokerUse_ : ระบุชื่อโบรกเกอร์ที่ใช้งาน ใช้กำหนดว่า EA จะรองรับการทำงานกับโบรกเกอร์ใดบ้าง รองรับการใส่ได้มากกว่า 1 โบรกเกอร์ โดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค , เช่น Exness,MetaQ

หากไม่ต้องการใช้งานฟีเจอร์นี้ ให้เว้นช่องนี้ว่างไว้ได้เลย

** ข้อควรระวัง: ต้องระบุ ชื่อเต็มของโบรกเกอร์เท่านั้น ห้ามใช้ชื่อย่อ มิฉะนั้น EA อาจไม่สามารถเรียกใช้ฟังก์ชันการปิดออเดอร์เฉพาะของแต่ละโบรกเกอร์ได้อย่างถูกต้อง

EnableHedging : ส่วนการตั้งค่าเปิด – ปิดการใช้งาน Hedging ของ EA ตัวนี้

  • true : เปิดใช้งานระบบ Hedging
  • false : ปิดการใช้งาน (EA จะไม่เปิดออเดอร์สวนทางเพื่อล็อกพอร์ต)

MODEHED : ส่วนตั้งค่าการรูปแบบการทำงานของระบบ Hedging ของ EA ว่าจะระบุการทำงานของการเปิดออเดอร์ Hedging ในรูปแบบไหน

โดยในการใช้งานโหมด Hedging จะมีด้วยกัน 3 แบบ และมีการทำงานที่แตกต่างกันไปดังนี้

  1. HEDGING ALL – Hedge ทั้งพอร์ตเมื่อถึงเป้า TP/SL
    EA จะตรวจสอบ กำไร/ขาดทุนรวมของทั้งพอร์ต เทียบกับค่า Take Profit (TP) และ Stop Loss (SL) ที่กำหนดไว้ เมื่อกำไรหรือขาดทุนถึงระดับที่ตั้งไว้ EA จะคำนวณจำนวนล็อตรวมของฝั่ง Buy และ Sell ทั้งหมด แล้วทำ Full Hedging 100%

    – ใช้ TP/SL เป็นตัวอ้างอิง (หน่วย: จำนวนเงิน) –

  2. HEDGING ALL BY PIP – Hedge ทั้งพอร์ตเมื่อถึงเป้า TP/SL หรือระยะ Pip
    ทำงานเหมือนโหมด HEDGING ALL แต่เพิ่มเงื่อนไข ระยะราคา (Pip) เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นอีกหนึ่งตัว เมื่อใดก็ตามที่กำไร/ขาดทุนรวมถึงระดับ TP/SL หรือ ราคาวิ่งไปถึงระยะ Pip ที่กำหนด EA จะทำ Full Hedging 100% ทันทีเช่นเดียวกับโหมด HEDGING ALL

    – ใช้ TP/SL และ ระยะ Pip เป็นตัวอ้างอิง (เลือกทำงานเมื่อค่าใดถึงก่อน) –

  3. HEDGING BY ORDER – Hedge แบบรายออเดอร์ (Per-Order Hedging)
    โหมดนี้ต่างจาก 2 โหมดข้างต้น ตรงที่ไม่ได้พิจารณาภาพรวมของทั้งพอร์ต แต่จะ ตรวจสอบแต่ละออเดอร์แยกกัน หากออเดอร์ใดวิ่งไปถึงระดับ TP/SL หรือระยะ Pip ที่กำหนด EA จะเปิด Full Hedging สำหรับ “ออเดอร์นั้นเฉพาะตัว” ทันที โดยไม่สนใจว่าออเดอร์อื่น ๆ ในพอร์ตจะอยู่ในสถานะใด

ProfitX : ระบุจำนวนเงินกำไร (TP) ที่ต้องการให้ Hedging ทำงาน (หน่วย: จำนวนเงิน)

CutlossX : ระบุจำนวนเงินขาดทุน (SL) ที่ต้องการให้ Hedging ทำงาน (หน่วย: จำนวนเงิน)

POINTPROFIT : ระบุระยะ (pip) ในส่วนของการทำกำไร (TP) ที่ต้องการให้ Hedging ทำงาน

POINTCUTLOSS : ระบุระยะ (pip) ในส่วนของการขาดทุน (SL) ที่ต้องการให้ Hedging ทำงาน

TIME OPEN (SEC) : ระบุระยะเวลาการเปิดออเดอร์ Hedging โดยมีหน่วยเป็นวินาที (Second)

TIME CLOSE (SEC) : ระบุระยะเวลาการปิดออเดอร์ Hedging โดยมีหน่วยเป็นวินาที (Second)

EnableCloseLimit : ส่วนการตั้งค่าเปิด/ปิดการใช้คำสั่ง Limit Order สำหรับปิดออเดอร์ Hedging

  • true : เปิดการใช้งานระบบ
  • false : ปิดการใช้งาน

EnableCloseStop : ส่วนการตั้งค่าเปิด/ปิดการใช้คำสั่ง Stop Order สำหรับปิดออเดอร์ Hedging

  • true : เปิดการใช้งานระบบ
  • false : ปิดการใช้งาน

Sleep (SEC) : ระบุระยะเวลาหน่วง (Delay) ก่อนที่ EA จะดำเนินการปิดออเดอร์ Hedging ใช้เป็นบัฟเฟอร์เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม โดยมีหน่วยเป็นวินาที (Second)

ลงทะเบียนสัมมนา