คู่มือการใช้งาน EA ELLIOTT WAVE / EWAVE

EWAVE คือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ หรือ EA รูปแบบหนึ่ง ที่ออกแบบมาให้เข้าออเดอร์แบบแบ่งเป็นระดับตามระบบ Wave 0-5 และ Entry 1-3 โดยแต่ละ Wave จะมีเงื่อนไขการเข้าไม้และจุดปิดทำกำไรของตัวเอง ซึ่งอ้างอิงจากการเคลื่อนไหวของกราฟราคาในแต่ละช่วง

สำหรับรายละเอียดการตั้งค่าและวิธีใช้งาน Ewave สามารถดูเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ Setting ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปรับค่าต่าง ๆ ของระบบไว้อย่างครบถ้วน

โดยมีวิธีการเข้าใช้งานในส่วน Setting ดังนี้
MT4 : กดปุ่ม F7 หรือกดไอคอนด้านบนขวาของหน้าจอเทรด

และมีหน้าต่างการใช้งานประมาณนี้

สำหรับการตั้งค่าใช้งาน EWAVE สามารถแบ่งออกเป็นหมวดหลัก ๆ เพื่อให้เข้าใจและปรับใช้งานได้ง่ายขึ้น ดังนี้

สำหรับการตั้งค่าใช้งาน EWAVE สามารถแบ่งออกเป็นหมวดหลัก ๆ เพื่อให้เข้าใจและปรับใช้งานได้ง่ายขึ้น ดังนี้

1. หมวดตั้งค่าพอร์ต / โปรไฟล์ของผู้ใช้งาน
สำหรับกำหนดข้อมูลพื้นฐานของพอร์ตและรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน

mode Trade : มี 2 ตัวเลือกให้ใช้งานคือ Trade Mode / Telegrame Mode

  • Trade Mode – โหมดเทรดอัตโนมัติ ให้ EWAVE ทำงานตามการตั้งค่าที่วางไว้
  • Telegrame Mode – โหมดแจ้งเตือนผ่าน Telegrame และไม่ได้เปิดเทรดอัตโนมัติ

@Room : ระบุหมายเลข Chat ID ของ Telegrame

Tokens : ระบุหมายเลข Token ของ Telegrame

MagicNumber_1 : หมายเลขอ้างอิงคำสั่งอัตโนมัติ ใช้กำหนดหมายเลขเพื่อแยกแยะว่าออเดอร์ไหนมาจากระบบไหน ป้องกันการซ้อนทับกับ EA ตัวอื่น

2. หมวดการเปิดออเดอร์
สำหรับกำหนดเงื่อนไขและรูปแบบการเปิดออเดอร์ของระบบ Ewave

modeEa : ส่วนกำหนดรูปแบบการเปิดออเดอร์ของ EWAVE โดยสามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ดังนี้

  • Buy – เปิดออเดอร์ฝั่ง Buy เพียงอย่างเดียว ตามสัญญาณที่เกิด
  • Sell – เปิดออเดอร์ฝั่ง Sell เพียงอย่างเดียว ตามสัญญาณที่เกิด
  • Buy or Sell – เปิดออเดอร์ทั้งฝั่ง Buy และ Sell ตามสัญญาณที่เกิด

OderMax : ใช้สำหรับกำหนดจำนวนออเดอร์สูงสุดที่ EWAVE สามารถเปิดได้ในระหว่างการทำงาน เพื่อช่วยควบคุมจำนวนออเดอร์ไม่ให้เกินจากค่าที่ตั้งไว้

Maxspead : กำหนดค่าสเปรดสูงสุดที่ระบบยอมรับได้ก่อนเปิดออเดอร์ หากค่าสเปรดสูงกว่าค่าที่กำหนดไว้ ระบบจะไม่ทำการเปิดออเดอร์ใหม่ในช่วงเวลานั้น

OpenMode : ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบหรือจุดเปิดออเดอร์ โดยสามารถเลือกใช้งานได้เพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น ซึ่งระบบจะเปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขของจุดเปิดที่เลือกไว้

rangepoint with ENTRY : กำหนดระยะ (point) จากจุด Entry ที่กำหนดให้เปิดออเดอร์

Shift Open ENTRY : ฟังก์ชั่นเสริมสำหรับรอให้ปิดจบแท่งเทียนตามจำนวนแท่งที่กำหนด ถึงจะเปิดออเดอร์ (ฝั่ง Entry)

Shift Open WAVE : ใช้สำหรับกำหนดจำนวนแท่งเทียนที่ต้องการให้ระบบนับอยู่ภายในกรอบที่กำหนด โดยระบบจะเริ่มนับจากแท่งปัจจุบันไปจนถึงจำนวนแท่งที่ตั้งค่าไว้ หากพบสัญญาณ Wave 0 ภายในช่วงจำนวนแท่งดังกล่าว ระบบจึงจะเปิดออเดอร์

*** หมายเหตุ: การตั้งค่านี้ไม่มีผลเมื่อกำหนดเลข 0-1 ในส่วน Shift Open Wave และจุดเปิดออเดอร์ (OpenMode) ของ Wave 1-5

3. หมวดการปิดออเดอร์
สำหรับตั้งค่าเงื่อนไขในการปิดออเดอร์เมื่อถึงจุดที่กำหนด

continue_ : ส่วนกำหนดรูปแบบการเปิดออเดอร์อัตโนมัติของระบบ ว่าต้องการให้ EWAVE เปิดออเดอร์ต่อเนื่องหรือไม่เมื่อเกิดสัญญาณตามเงื่อนไขที่เลือกไว้

  • true – ระบบจะเปิดออเดอร์อัตโนมัติทันที เมื่อมีสัญญาณที่เลือกไว้เกิดขึ้น
  • false – ระบบจะเปิดออเดอร์เพียงครั้งเดียวจากสัญญาณแรกที่เกิดขึ้น จากนั้นจะปิดการเปิดออเดอร์อัตโนมัติ แม้จะมีสัญญาณใหม่ตามเงื่อนไขที่เลือกไว้เกิดขึ้นอีกก็ตาม

closewhenrepaint : ส่วนกำหนดรูปแบบการปิดออเดอร์ ว่าต้องการให้ปิดออเดอร์ตามสัญญาณหรือไม่

  • true – ระบบจะปิดออเดอร์ก่อนหน้า เมื่อมีสัญญาณที่เลือกไว้เกิดขึ้นใหม่ในอีกจุดแล้วเปิดออเดอร์ใหม่มาแทนที่ในจุดนั้นทันที
  • false – ระบบจะไม่ปิดออเดอร์ตามสัญญาณดังกล่าว และจะปล่อยให้ออเดอร์ทำงานต่อไปตามเงื่อนไขอื่นที่ตั้งค่าไว้

CloseMode : ส่วนตั้งค่าสำหรับกำหนดรูปแบบการทำงานร่วมกับ closewhenrepaint โดยใช้เลือกว่าจะให้ระบบปิดออเดอร์ตามสัญญาณหรือไม่

  • หากไม่ต้องการให้ระบบปิดออเดอร์ตามสัญญาณ ให้เลือก Not Close
  • แต่หากต้องการกำหนดจุดปิดออเดอร์ ให้เลือก Wave ที่ต้องการใช้เป็นเงื่อนไขในการปิดออเดอร์ ระบบจะทำการปิดออเดอร์ตามสัญญาณของ Wave ที่เลือกไว้

*** หมายเหตุ: หากตั้งค่า closewhenrepaint เป็น true แต่ไม่ได้เลือกจุดปิดออเดอร์ในส่วน CloseMode ระบบจะไม่ทำการปิดออเดอร์ใด ๆ เนื่องจากยังไม่มีการกำหนดสัญญาณหรือเงื่อนไขที่ใช้สำหรับปิดออเดอร์อย่างชัดเจน

Shift Close : ฟังก์ชั่นเสริมสำหรับรอให้ปิดจบแท่งเทียนตามจำนวนแท่งที่กำหนด ถึงจะปิดออเดอร์

Enable Close By Under/Over Wave() : ส่วนกำหนดเงื่อนไขการปิดออเดอร์ เมื่อกราฟราคาเคลื่อนที่ทะลุขึ้น – ลงเกินกรอบของ Wave ที่กำหนดไว้

  • true – ระบบจะปิดออเดอร์เมื่อกราฟราคาเคลื่อนที่ทะลุออกนอกกรอบของ Wave
  • false – ระบบจะยังคงเปิดออเดอร์ต่อไป แม้กราฟราคาจะเคลื่อนที่ทะลุออกนอกกรอบของ Wave แล้วก็ตาม

Shift Close 2 : ฟังก์ชันเสริมสำหรับกำหนดให้ระบบรอจนกว่าแท่งเทียนจะปิดครบตามจำนวนแท่งที่ตั้งไว้ ก่อนทำการปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขของ Enable Close By Under/Over Wave()

*** หมายเหตุ: หากกราฟราคาเคลื่อนที่ทะลุออกนอกกรอบของ Wave แล้ว แต่กลับเข้ามาอยู่ภายในกรอบของ Wave อีกครั้ง ก่อนครบจำนวนแท่งเทียนที่กำหนดไว้ใน Shift Close 2 ระบบจะไม่ทำการปิดออเดอร์ใด ๆ เนื่องจากเงื่อนไขการปิดออเดอร์ยังไม่ครบตามที่ตั้งค่าไว้

TargetMode : ส่วนตั้งค่าสำหรับกำหนดรูปแบบการปิดทำกำไรของออเดอร์ ว่าต้องการให้ระบบปิดออเดอร์เมื่อราคาวิ่งถึงจุด TP 1-4 หรือไม่

  • Not TP : ระบบจะยังคงถือออเดอร์ไว้ และจะปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ตั้งค่าไว้แทน
  • TP 1-4 : ระบบจะปิดออเดอร์ทำกำไร เมื่อกราฟราคาเคลื่อนที่ไปถึงจุด TP ที่เลือกไว้

4. หมวดการแก้ไม้ / ออเดอร์
สำหรับจัดการการเข้าออเดอร์เพิ่มเติม หรือการแก้ไม้ตามเงื่อนไขของระบบ

modeMultiOrder : ส่วนกำหนดโหมดการแก้ไม้ของระบบ โดยสามารถเลือกใช้งานได้ 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

  • Multi Close – โหมดนี้จะทำงานร่วมกับ closewhenrepaint โดยเมื่อระบบมีการเปิดหรือปิดออเดอร์ตามสัญญาณที่เลือกไว้ในจุดใหม่ ระบบจะปรับขนาดออเดอร์จากขนาดเดิมตามรูปแบบการแก้ไม้ที่ตั้งค่าไว้ ไม่ว่าจะเป็นการคูณ (x) หรือการบวก (+)
  • Multi Martingle – โหมดนี้จะทำงานร่วมกับ continue_ โดยเมื่อมีสัญญาณที่เลือกไว้เกิดขึ้นในจุดใหม่ ระบบจะเปิดออเดอร์เพิ่มเติม และปรับขนาดออเดอร์จากขนาดเดิมตามรูปแบบการแก้ไม้ที่ตั้งค่าไว้ เช่น การคูณ (x) หรือการบวก (+)

multi use : ใช้สำหรับกำหนดขนาดการแก้ไม้หรือขนาดออเดอร์ในรูปแบบ Multi หรือการคูณเพิ่ม (x) จากขนาดออเดอร์เดิม

*** หมายเหตุ: หากไม่ต้องการใช้งานการแก้ไม้ในรูปแบบ Multi หรือการคูณ (X) ให้ตั้งค่าตัวเลขไว้ที่ 1.0 เพื่อให้ขนาดออเดอร์ยังคงเท่าเดิม ไม่ถูกคูณเพิ่มจากค่าที่ตั้งไว้

add_use : ใช้สำหรับกำหนดขนาดการแก้ไม้หรือขนาดออเดอร์ในรูปแบบ Plus หรือการบวกเพิ่ม (+) จากขนาดออเดอร์เดิม

*** หมายเหตุ: หากไม่ต้องการใช้งานการแก้ไม้ในรูปแบบ Plus หรือการบวก (+) ให้ตั้งค่าตัวเลขไว้ที่ 0.0 เพื่อให้ขนาดออเดอร์ยังคงเท่าเดิม โดยไม่ถูกคูณเพิ่มจากค่าที่ตั้งไว้

5. หมวดการตั้งค่า TP/SL ของออเดอร์
สำหรับกำหนดจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนของออเดอร์

Takeprofit : ใช้สำหรับกำหนดระยะในการปิดออเดอร์เพื่อทำกำไร โดยตั้งค่าเป็นหน่วย point

Stoploss : ใช้สำหรับกำหนดระยะในการปิดออเดอร์เพื่อตัดขาดทุน โดยตั้งค่าเป็นหน่วย point

Profit % : ใช้สำหรับกำหนดเป้าหมายกำไรในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ (%) โดยระบบจะคำนวณจาก Balance ของบัญชีพอร์ต

Profit $ : ใช้สำหรับกำหนดเป้าหมายกำไรเป็นจำนวนเงิน หรือหน่วยเหรียญ ($) ที่ต้องการ

Cutloss % : ใช้สำหรับกำหนดระดับการตัดขาดทุนในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ (%) โดยระบบจะคำนวณจาก Balance ของบัญชีพอร์ต

Cutloss $ : ใช้สำหรับกำหนดระดับการตัดขาดทุนเป็นจำนวนเงิน หรือหน่วยเหรียญ ($) ที่ต้องการ

6. หมวด Trailing Stop
สำหรับตั้งค่าการเลื่อนจุดตัดกำไรหรือจุดป้องกันความเสี่ยงตามการเคลื่อนที่ของราคา

Use TrailingStop : ใช้สำหรับเปิด-ปิดการทำงานของระบบ Trailing Stop

  • true – เปิดใช้งาน
  • false – ปิดการใช้งาน

TrailingStop : ใช้สำหรับกำหนดระยะที่ต้องการให้ Trailing Stop เริ่มทำงาน เมื่อราคาวิ่งไปถึงระยะที่ตั้งค่าไว้ ระบบจึงจะเริ่มเลื่อนจุดป้องกันกำไรตามเงื่อนไข

TP_Trailing : ใช้สำหรับกำหนดระยะห่างระหว่าง Stop Loss (SL) กับราคาปัจจุบัน โดยเมื่อ Trailing Stop เริ่มทำงาน ระบบจะเลื่อนจุด Stop Loss ตามราคาปัจจุบันในระยะห่างที่กำหนดไว้

7. หมวดตั้งเวลาเปิด-ปิดการทำงานของ EWAVE
สำหรับกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบเทรดอัตโนมัติเริ่มทำงานหรือหยุดทำงาน

Enable_Usetime : ใช้สำหรับกำหนดว่าจะเปิดใช้งานการตั้งเวลาเริ่มและหยุดการทำงานของ EWAVE หรือไม่

  • true – เปิดใช้งานการตั้งเวลาเปิด-ปิดระบบ
  • false – ปิดการใช้งานการตั้งเวลา ระบบจะไม่ยึดตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้

Time_Start : ใช้สำหรับกำหนดเวลาเริ่มทำงานของระบบเทรดอัตโนมัติ โดยต้องใส่เวลาในรูปแบบ 24 ชั่วโมง เท่านั้น เช่น 09:00 หรือ 22:30 ไม่สามารถใช้รูปแบบ AM / PM ได้

Time_Stop : ใช้สำหรับกำหนดเวลาหยุดทำงานของระบบเทรดอัตโนมัติ โดยต้องใส่เวลาในรูปแบบ 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน ไม่สามารถใช้รูปแบบ AM / PM ได้

ลงทะเบียนสัมมนา