กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดทั่วโลกนิยมใช้ ไม่ว่าจะในตลาดหุ้น Forex ทองคำ หรือคริปโต เพราะมันช่วยให้นักเทรดเข้าใจการเคลื่อนไหว และภาพรวมของราคาสินทรัพย์ได้ง่าย ๆ และที่สำคัญยังสามารถบ่งบอกสัญญาณสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจเทรดได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบแท่งเทียนสำคัญที่บ่งบอกสัญญาณ และนักเทรดทุกคนควรรู้จัก หากคุณอยากก้าวสู่การเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จและทำกำไรได้จริง
แท่งเทียน 7 รูปแบบที่นักเทรดต้องรู้จัก

ถ้าคุณเคยอยู่ในวงการเทรด คงคุ้นเคยกับกราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) มาอย่างแน่นอน แต่ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ กราฟแท่งเทียนคือรูปแบบการแสดงข้อมูลราคาที่ใช้วิเคราะห์ตลาดการเงิน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ทองคำ Forex หรือคริปโต โดยแท่งเทียนในแต่ละอันจะแสดงข้อมูลได้ 4 อย่างในช่วงเวลาหนึ่ง
- ราคาเปิด (Open): จุดเริ่มต้นของราคาในช่วงเวลานั้น
- ราคาปิด (Close): จุดสิ้นสุดของราคาในช่วงเวลา
- ราคาสูงสุด (High): ราคาที่ขึ้นไปสูงสุด
- ราคาต่ำสุด (Low): ราคาที่ลดลงต่ำสุด
โดยลักษณะของกราฟแท่งเทียนในแต่ละอันจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคืออะไร เช่น
- ไส้แท่งเทียน (Wick) แสดงช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลานั้น
- ตัวแท่งเทียน (Body) คือส่วนที่หนาและสีสันแตกต่างกันไปในแต่ละแท่ง ซึ่งจะแสดงถึงระยะระหว่างราคาเปิด (Open) และราคาปิด (Close)
- ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ลำตัวแท่งเทียน (Body) จะเป็น สีเขียว (หรือขาว) แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น
- ถ้าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด ลำตัวแท่งเทียน (Body) จะเป็น สีแดง (หรือดำ) แสดงถึงแนวโน้มขาลง
กราฟแท่งเทียนไม่เพียงช่วยให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของราคา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์แนวโน้มและตัดสินใจเทรดอีกด้วย
นักเทรดส่วนใหญ่มักใช้กราฟแท่งเทียนเพื่อดูการเคลื่อนไหวของราคาและแนวโน้มของตลาดเป็นหลัก แต่ที่น่าสนใจเลยคือ แท่งเทียนแต่ละช่วงยังสามารถบอกสัญญาณสำคัญที่อาจเกิดขึ้นในตลาดได้อีกด้วย โดยเฉพาะ 7 รูปแบบแท่งเทียนสำคัญ ที่นักเทรดควรรู้ เพราะมันช่วยให้คุณจับจังหวะการเข้าเทรดได้อย่างแม่นยำและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากการเทรดได้จริง
1. Hammer และ Inverted Hammer
1.1 Hammer
Hammer เป็นรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยวที่มักปรากฏในจุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง หรือในช่วงที่ราคากำลังปรับฐาน (Pullback) โดยมีลักษณะดังนี้

- แท่งเทียน Hammer จะมีตัวแท่งขนาดเล็ก
- มีไส้เทียนยาวด้านล่างที่ยาวกว่า Body อย่างชัดเจน
- ด้านบนควรไม่มีไส้เทียนหรือมีขนาดเล็กมาก
- สีของตัวแท่งจะเป็นสีใดก็ได้
โดยรูปแบบ Hammer มักบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่แนวโน้มขาลงเริ่มหมดแรงและมีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้น หรืออาจเป็นสัญญาณว่าการพักตัวของแนวโน้มขาขึ้นกำลังจะสิ้นสุดและราคาพร้อมจะปรับตัวขึ้นอีกครั้ง (มีความแม่นยำประมาณ 60%)
ซึ่งแท่งเทียน Hammer จะให้สัญญาณที่น่าเชื่อถือมากขึ้นหากปรากฏในจุดแนวรับสำคัญ หรือเมื่อ Indicator เช่น RSI อยู่ในโซน Oversold (ขายมากเกินไป)
1.2 Inverted Hammer
Inverted Hammer เป็นรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยวที่มักปรากฏในจุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง หรือในช่วงที่ราคากำลังปรับฐาน (Pullback) โดยลักษณะของมันคล้ายกับ Hammer แต่มีการกลับด้านกัน โดยมีลักษณะดังนี้

- แท่งเทียนมีลำตัวขนาดเล็ก
- มีไส้เทียนยาวด้านบนที่ยาวกว่า Body อย่างชัดเจน
- ด้านล่างของส่วนไส้เทียนควรเล็กมาก หรืออาจไม่มีเลย
- สีของตัวแท่งจะเป็นสีใดก็ได้
โดย Inverted Hammer มักบ่งบอกถึงแรงซื้อที่เริ่มกลับมาในตลาด และอาจเป็นสัญญาณการสิ้นสุดของแนวโน้มขาลง หรือการกลับมาของแนวโน้มขาขึ้นหลังจากที่ตลาดพักตัว (มีความแม่นยำประมาณ 60%)
2. Doji
Doji เป็นรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยวที่แสดงถึงภาวะความไม่แน่นอนของตลาด มันบ่งบอกถึงการต่อสู้ระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ไม่มีฝ่ายใดชนะชัดเจน โดยมีลักษณะดังนี้

- แท่งเทียน Doji จะไม่มีตัวแท่ง (Body) หรือมีขนาดเล็กมาก ๆ เหมือนแค่ 1 ติ๊ก
- มีไส้เทียน (Wick) ยื่นออกทั้งด้านบนและล่าง แต่ไม่ยาวมากนัก
บนกราฟตลาด แท่งเทียน Doji จะดูเหมือนรูปกากบาทหรือเส้นแนวตั้งเส้นเล็ก ๆ ที่แสดงถึงความลังเลในตลาด หากเจอแท่งเทียนแบบนี้ อาจบ่งบอกได้ว่าตลาดกำลังจะมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นจุดที่นักเทรดควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรด และรอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
3. Bullish Engulfing
Bullish Engulfing เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่เกิดจากแท่งเทียน 2 แท่ง และใช้ดูจุดกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น โดยมักบ่งบอกว่าแนวโน้มขาลงกำลังจะสิ้นสุดและขาขึ้นกำลังจะเริ่ม โดยสังเกต Bullish Engulfing ได้ง่าย ๆ ตามลักษณะนี้

- แท่งแรกจะต้องเป็นแท่งขาลง (สีแดง) แสดงถึงแรงขายที่ชัดเจน
- แท่งที่สองจะต้องเป็นแท่งขาขึ้น (สีเขียว) และตัวแท่งของแท่งนี้ต้องใหญ่พอที่จะครอบคลุมตัวแท่งของแท่งแรกทั้งหมด
รูปแบบนี้มักปรากฏหลังจากที่ราคาลดลงมาเรื่อย ๆ เพื่อแสดงว่าฝั่งซื้อเริ่มเข้ามาคุมเกม (มีความแม่นยำประมาณ 62%) ถ้ารูปแบบนี้โผล่มาในช่วงที่เหมาะสม มันอาจบ่งบอกได้ถึงการสิ้นสุดของแนวโน้มขาลงและการเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้น
4. Bearish Engulfing
Bearish Engulfing เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง มักปรากฏในจุดที่ราคาสูงขึ้นมาระยะหนึ่ง และเป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มมีอิทธิพลในตลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง โดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ดังนี้

- แท่งเทียนแรกต้องเป็นแท่งเทียนขาขึ้น (สีเขียว)
- แท่งที่สองต้องเป็นขาลง (สีแดง) และขนาดของแท่งนี้จะต้องใหญ่พอที่จะครอบคลุมตัวแท่งของแท่งแรกทั้งหมด
โดยรูปแบบ Bearish Engulfing เป็นรูปแบบกลับตัว (Reversal Pattern) ซึ่งมักใช้ในการบ่งบอกจุดสูงสุดของแนวโน้ม (มีความแม่นยำประมาณ 82%) ถ้ารูปแบบนี้โผล่มาในช่วงที่เหมาะสม มันอาจบ่งบอกได้ถึงจุดสิ้นสุดของแนวโน้มขาขึ้น และแนวโน้มขาลงกำลังเริ่มต้น
5. Shooting Star
Shooting Star เป็นรูปแบบแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว และให้สัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดอาจกำลังจะเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง โดยแท่งเทียนนี้แสดงถึงจุดสูงสุดของราคาและการกลับตัวขาลง มีวิธีสังเกต Shooting Star ง่าย ๆ ดังนี้

- ตัวแท่งเทียนจะมีขนาดเล็ก ๆ
- ไส้เทียนด้านบนจะยาวกว่า Body ชัดเจน ซึ่งหมายถึงราคาพุ่งขึ้นไปสูงแล้วถูกขายลงมา
- ด้านล่างไม่มีไส้เทียน หรือมีแค่เล็กน้อย
- สีของแท่งเทียนจะเป็นสีอะไรก็ได้ ไม่เน้นว่าจะต้องเป็นสีใด
ถ้าเจอกราฟราคาที่ขึ้นมาแรง ๆ แล้วเจอรูปแบบ Shooting Star นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าฝั่งขายเริ่มเข้ามาคุมเกม และมีโอกาสสูงที่จะเป็นจุดกลับตัวของราคา (มีความแม่นยำประมาณ 60%) โดยรูปแบบแท่งเทียนอาจจะบ่งบอกได้ว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังจะสิ้นสุด และแนวโน้มขาลงกำลังจะเริ่มต้น
6. Morning Star
Morning Star เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่เกิดจากแท่งเทียน 3 แท่ง และมักใช้เป็นสัญญาณบ่งบอกการกลับตัวจากแนวโน้มขาลงไปสู่แนวโน้มขาขึ้น โดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ตามลักษณะดังนี้

- แท่งแรกจะต้องเป็นแท่งขาลง (สีแดง)
- แท่งที่สอง จะมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับแท่งอื่น ๆ โดยจะมีลักษณะคล้าย Doji ซึ่งตัวแท่งเทียนที่สองควรอยู่ออกห่างจากลำตัวของแท่งแรกและแท่งที่สามด้วย
- แท่งที่สามจะต้องเป็นขาขึ้น (สีเขียว)
โดยรูปแบบ Morning Star มักจะปรากฏในจุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง หรือเมื่อราคาลดลงต่อเนื่อง ซึ่งบ่งบอกว่าฝั่งผู้ซื้อเริ่มเข้าควบคุมตลาด และมีแนวโน้มที่ราคาจะเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้น (มีความแม่นยำประมาณ 78%) โดยรูปแบบนี้อาจบ่งบอกได้ว่า แนวโน้มขาลงกำลังจะจบ และแนวโน้มขาขึ้นกำลังจะเริ่ม
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหาก Morning Star ปรากฏในจุดต่ำสุดของแนวโน้มหรือใกล้แนวรับสำคัญ อาจเป็นสัญญาณที่ดีในการพิจารณาเข้าออเดอร์ซื้อ (Buy) เพื่อทำกำไรในช่วงแนวโน้มขาขึ้น
7. Evening Star
Evening Star เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่เกิดจาก 3 แท่งเทียน และมักใช้เป็นสัญญาณบ่งบอกการกลับตัวจากแนวโน้มขาขึ้นไปเป็นแนวโน้มขาลง โดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ตามลักษณะนี้

- แท่งแรกจะต้องเป็นแท่งเทียนขาขึ้น (สีเขียว)
- แท่งที่สอง จะมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับแท่งอื่น ๆ โดยจะมีลักษณะคล้าย Doji ซึ่งตัวแท่งเทียนที่สองควรอยู่ออกห่างจากลำตัวของแท่งแรกและแท่งที่สามด้วย
- แท่งที่สามจะต้องเป็นขาลง (สีแดง)
โดยรูปแบบ Evening Star มักจะปรากฏในจุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้น หรือเมื่อราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งบ่งบอกว่าฝั่งผู้ขายเริ่มเข้าควบคุมตลาด และมีแนวโน้มที่ราคาจะเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง (มีความแม่นยำประมาณ 71%) โดยรูปแบบแท่งเทียนอาจจะบ่งบอกได้ว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังจบ และแนวโน้มขาลงกำลังเริ่ม
ซึ่งทั่วไปแล้วหากพบ Evening Star ในบริเวณแนวต้านสำคัญหรือจุดสูงสุดของแนวโน้ม อาจเป็นสัญญาณให้พิจารณาขายหรือปรับกลยุทธ์เพื่อเตรียมรับมือกับแนวโน้มขาลงที่กำลังจะมาถึงได้อีกด้วย
คำแนะนำในการใช้รูปแบบแท่งเทียนในการเทรดจริง
แม้ว่าการใช้กราฟแท่งเทียนในการเทรดจะเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของตลาดได้ง่ายมากขึ้น ทั้งการบอกสัญญาณหรือแนวโน้มของราคาสินทรัพย์ แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ 100% เสมอไป เพราะดั่งที่บอกไว้ในข้อมูลเบื้องต้น ว่ารูปแบบแท่งเทียนแต่ละอันมีความแม่นยำที่แตกต่างกันไป
ดังนั้นเพื่อให้นักเทรดเพิ่มความแม่นยำของสัญญาณเหล่านี้ให้แม่นมากขึ้น จึงควรเพิ่ม Indicator อย่าง RSI เพื่อมาวิเคราะห์ภาวะ Overbought / Oversold (การซื้อ-ขาย ที่มากเกินไป) หรือใช้เส้น MA เพื่อดูแนวโน้มของตลาด สิ่งเหล่านี้จะช่วยยืนยันสัญญาณที่เกิดจากกราฟแท่งเทียนได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากการดูกราฟแล้ว นักเทรดควรพิจารณาภาพรวมของตลาดด้วย เช่น แนวรับ-แนวต้าน การเลือก Timeframe ที่เหมาะสม รวมถึงข้อมูลข่าวสารหรือปัจจัยที่อาจส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ เพื่อช่วยให้มองเห็นจุดเข้า-ออกที่ดีที่สุด การทดลองเทรดผ่านบัญชี Demo และจดบันทึกผลลัพธ์แต่ละครั้งจะช่วยให้คุณปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่าลืมว่า “ความสำเร็จในการเทรดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่มีเหตุผล ไม่ใช่แค่การเสี่ยงดวงแต่อย่างใด”
สรุป การเรียนรู้แท่งเทียนคือก้าวแรกสู่การเป็นนักเทรดที่ดีและมีพื้นฐาน
การทำความเข้าใจกราฟแท่งเทียนถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเทรด หรือแม้กระทั่งนักเทรดมืออาชีพ เพราะกราฟแท่งเทียนไม่ใช่แค่เครื่องมือที่บ่งบอกราคา และแนวโน้มของตลาดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพฤติกรรมของตลาดและอารมณ์ของผู้เล่นในตลาดด้วย การรู้จักรูปแบบแท่งเทียนต่าง ๆ จะช่วยให้นักเทรดสามารถมองเห็นสัญญาณสำคัญได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ – ขาย รวมถึงการประเมินแนวโน้มของราคาในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษารูปแบบแท่งเทียนยังช่วยให้เรามีพื้นฐานที่แข็งแรงในการต่อยอดไปสู่การเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น การใช้ Indicator ต่าง ๆ หรือการวางแผนเทรดให้สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา เมื่อเรามีความเข้าใจในสิ่งที่ทำ โอกาสที่จะพลาดก็จะน้อยลง และที่สำคัญเลยคือ การเรียนรู้นี้จะเปลี่ยนเราให้เป็นนักเทรดที่มีเหตุผล ไม่ใช่แค่หวังพึ่งดวงหรือการเดาสุ่ม
การเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้แท่งเทียนจึงเปรียบเสมือนการปูพื้นฐานที่แข็งแรงให้กับการเทรดของเรา ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจในทุกการตัดสินใจ และพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นนักเทรดที่เก่งและมีประสบการณ์ได้ในอนาคต