เลือก Lot ยังไงให้เหมาะกับพอร์ต เคล็ดลับการเทรดที่จะทำให้เงินเติบโตได้อย่างเหมาะสม

เลือก Lot ยังไงให้เหมาะกับพอร์ต เคล็ดลับการเทรดที่จะทำให้เงินเติบโตได้อย่างเหมาะสม
สารบัญ

การเทรดในตลาดการเงินไม่ว่าจะเป็นคู่เงิน Forex หรือเทรดทอง ไม่ได้วัดกันแค่ความแม่นยำของสัญญาณหรือจังหวะการเข้า-ออกอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีสิ่งเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้ามอย่าง “ขนาด Lot” ที่กลับมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของพอร์ต หลาย ๆ คนอาจเลือก Lot ตามความรู้สึก หรือใช้ตามที่ค่า EA ตั้งมาให้โดยไม่พิจารณาว่ามันเหมาะกับจำนวนเงิน หรือความเสี่ยงของตัวเองหรือไม่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว Lot คือหัวใจสำคัญในการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ที่ช่วยกำหนดว่าพอร์ตจะเติบโตได้หรือจะพังทลายในพริบตา

การเลือกขนาดของ Lot ที่เหมาะสมจึงเปรียบเสมือนกับการควบคุมความเร็วของพอร์ต ถ้าเร็วมากไปก็อาจจะเสี่ยงถึงกำไรไวแต่ก็อันตราย หรือถ้าช้าไปก็ไม่ถึงเป้าหมายทำกำไรที่ตั้งเอาไว้ การเข้าใจวิธีคำนวณ ปรับขนาดล็อต และเชื่อมโยงให้เข้ากับกลยุทธ์การเทรด จึงเป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับนักเทรดที่ต้องการเติบโตได้แบบมั่นคง โดยบทความนี้เราจะพาคุณไปดูกันว่าควรเลือก Lot ขนาดเท่าไรดีให้สอดคล้องกับพอร์ตและความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

ทำไมการเลือก Lot ให้เหมาะกับพอร์ต ถึงสำคัญแบบไม่ควรมองข้าม

ทำไมการเลือก Lot ให้เหมาะกับพอร์ต ถึงสำคัญแบบไม่ควรมองข้าม

ขนาดของล็อต (Lot Size) ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขที่ใช้เปิดออเดอร์เทรดเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงแนวคิดและวินัยของนักเทรดในการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และเงินทุนได้อย่างแท้จริง เพราะทุกครั้งที่คุณกำหนดขนาด Lot นั่นคือการตัดสินใจว่าคุณยอมให้ตลาดมีอิทธิพลต่อพอร์ตของคุณมากแค่ไหน หากเลือกมากเกินไป พอร์ตอาจถูกความผันผวนของตลาดสั่นสะเทือนจนขาดทุนหนักหรือพอร์ตแตกได้ แต่ถ้าเลือกน้อยเกินไป โอกาสทำกำไรก็อาจไม่คุ้มค่ากับความพยายามหรือแผนการเทรดที่วางไว้

ดังนั้นการเลือกขนาด Lot อย่างเหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นใจ หรือความกล้าเสี่ยง แต่คือการบริหารการเทรดอย่างมีเหตุผล เพื่อควบคุม Drawdown ไม่ให้กระทบต่อภาพรวมของพอร์ต และยังเปิดทางให้ระบบเทรดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้ EA หรือเทรดเองได้ทำงานอย่างราบรื่นและปลอดภัย การเลือก Lot ที่พอดีจึงเปรียบเสมือนการขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะกับเส้นทาง ไม่ช้าเกินไปจนไม่ถึงเป้าหมาย และไม่เร็วเกินไปจนควบคุมไม่ได้ นี่แหละคือพื้นฐานสำคัญของการเทรดให้พอร์ตเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

เข้าใจพื้นฐานของ Lot และความสัมพันธ์กับพอร์ต

Lot คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้ในการเปิดออเดอร์เทรดในตลาดการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Forex หรือสินทรัพย์ CFD ซึ่งบอกถึงขนาดของการลงทุน หรือจำนวนสัญญา ที่คุณถืออยู่ในแต่ละการซื้อขาย

ประเภทของ Lot ที่นิยมใช้

เข้าใจพื้นฐานของ Lot และความสัมพันธ์กับพอร์ต

ความสัมพันธ์ระหว่างขนาด Lot กับพอร์ตแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยคือ

  • Lot ที่ใหญ่ขึ้น > ความเสี่ยงที่สูงขึ้น
    การเปลี่ยนของราคาเพียงไม่กี่จุด (pip) อาจหมายถึงกำไรหรือขาดทุนจำนวนมาก หากพอร์ตไม่ได้มีทุนที่มากพอ อาจรับความผันผวนและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นไม่ไหวได้
  • Lot ที่เล็กลง > ความเสี่ยงลดลงแต่การเติบโตช้ากว่า
    ด้วยการลดขนาดให้เล็กลง ช่วยให้ควบคุมพอร์ตได้ดีและง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นเทรดหรือผู้ที่ต้องการอยู่ในตลาดได้นาน ๆ เพื่อเก็บทำกำไรแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ

การเลือก Lot ที่พอดีและเข้ากันได้กับพอร์ตของตัวเอง ต้องพิจารณาถึง 3 อย่างเลยคือ ขนาดเงินทุนในพอร์ต / ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อการเทรด (เช่น 1-3% ของเงินทุนต่อการเทรด) / กลยุทธ์ที่เลือกใช้ในการเทรด ถ้าจะยกตัวอย่างเข้าใจง่าย ๆ ลองดูตารางด้านล่างนี้

ขนาด Lot

การเข้าใจขนาด Lot และความสัมพันธ์กับพอร์ตจึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการบริหารความเสี่ยงที่ดี เพราะมันช่วยให้ผู้เทรดรู้ว่าควรเร่งหรือชะลอการเทรดตอนไหน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทำกำไรกับความเสี่ยงที่พอร์ตจะต้องแบกรับได้จริง

วิธีคำนวณ Lot ที่เหมาะสมกับพอร์ตของคุณ

เมื่อเข้าใจแล้วว่า Lot คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกับพอร์ต มาลองดูกันว่าเมื่อคุณเทรดแล้ว ไม่ว่าจะเทรดด้วยมือหรือใช้ EA การตั้งค่าขนาด Lot ให้เหมาะกับพอร์ตคือหัวใจสำคัญของการจัดการความเสี่ยง เพราะถึงแม้กลยุทธ์จะดีแค่ไหน ถ้า Lot ใหญ่เกินไป ก็อาจสูญเสียมากกว่าทำกำไรได้ เทรดเดอร์มืออาชีพมักหลีกเลี่ยงการเสี่ยงมากกว่า 1-3 % ของพอร์ตต่อเทรดหนึ่งครั้ง เพื่อให้พอร์ตอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว ผ่านสูตรพื้นฐานดังนี้

วิธีคำนวณ Lot ที่เหมาะสมกับพอร์ตของคุณ

ตัวอย่างเช่น

ถ้าสมมติว่าคุณมีเงินทุน 10,000 USD และยอมเสี่ยงได้ 2% = 200 USD และมีการตั้ง Stop Loss ในใจไว้ 50 pip โดยมูลค่า pip ของ 1 Standard Lot บน EUR/USD คือ ประมาณ 10 USD จะได้

  • Lot ≈ (200 USD) ÷ (50 × 10 USD) = 0.4 Lot

ซึ่งหมายความว่า ถึงแม้เทรดจะผิดทาง คุณก็จะขาดทุนไม่เกิน 200 USD ซึ่งอยู่ในขอบเขตที่พอร์ตของคุณยังรับได้

การใช้สูตรด้านบนข้างต้นอาจจะไม่ได้เป็นตามแบบที่คุณต้องการเท่าไรนัก แต่มันจะช่วยให้คุณตั้งขนาด Lot Size ได้อย่างมีระบบ ไม่ใช่การเลือกแบบสุ่มหรือพึ่งความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้พอร์ตของคุณเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง และมีโอกาสเติบโตทำกำไรให้พอร์ตได้มากขึ้นโดยไม่ถูกตลาดเล่นงานจนเสียหายไปก่อน

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึงก่อนเลือกขนาด Lot Size

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึงก่อนเลือกขนาด Lot Size

แม้สูตรการคำนวณ Lot ที่ทางเราแนะนำเป็นดูเป็นมาตรฐานและจุดเริ่มต้นที่ดีในการเทรด แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้ว ยังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหมาะสมของขนาด Lot ในการเทรดแต่ละครั้งด้วยเช่นกัน เพราะตลาดจริงไม่ได้นิ่ง และพอร์ตของแต่ละคนก็มีเงื่อนไขที่ต่างกัน ปัจจัยเหล่านี้จึงควรถูกนำมาคิดควบคู่ด้วยกันเสมอ

  1. ความผันผวนของตลาด (Market Volatility)
    ตลาดที่มีความผันผวนสูง เช่น XAU/USD (ทองคำ) หรือ GBP/JPY มักเคลื่อนไหวแรงและเร็วในระยะสั้น การใช้ Lot ขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้พอร์ตสั่นสะเทือนหนักจากการแกว่งเพียงไม่กี่ pip เพราะฉะนั้นหากคุณเทรดในตลาดที่มีความเหวี่ยงสูง ควร ลดขนาด Lot ลงให้เล็กที่สุดที่คุณยอมรับได้หรือขยาย Stop Loss ให้เหมาะสมกับการแกว่งของราคา เพื่อป้องกันการโดนตัดขาดทุนโดยไม่จำเป็น
  2. Leverage
    Leverage ช่วยเพิ่มพลังในการเปิดออเดอร์ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงตามมาด้วยเช่นกัน เพราะยิ่ง Leverage สูง คุณยิ่งสามารถเปิด Lot ขนาดใหญ่ได้ในเงินทุนเท่าเดิม ซึ่งหมายความว่า กำไรก็จะมากขึ้น — แต่ในทางกลับกัน ขาดทุนก็เกิดได้เร็วขึ้นเช่นกัน ดังนั้นแม้โบรกเกอร์จะให้ Leverage สูงถึง 1:500 หรือ 1:1000 ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เต็มที่ ควรประเมินความสามารถของเงินทุนในพอร์ตจริงและใช้ Leverage ในระดับที่ควบคุมได้จริง เช่น 1:100 – 1:200 ก็เพียงพอสำหรับนักเทรดส่วนใหญ่
  3. จำนวนออเดอร์ที่เปิดพร้อมกัน (Number of Open Trades)
    นักเทรดบางคนหรือระบบ EA บางตัว จะเปิดหลายออเดอร์ในเวลาเดียวกัน เช่น กลยุทธ์ Grid หรือ Martingale หากแต่ละออเดอร์ใช้ Lot เท่ากันทั้งหมด ความเสี่ยงสะสมอาจสูงมากโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรลดขนาด Lot ต่อไม้ลง เมื่อระบบของคุณมีแนวโน้มเปิดออเดอร์พร้อมกันหลายรายการ เพื่อป้องกัน Drawdown หนักและให้พอร์ตมีพื้นที่รับแรงผันผวนได้เพียงพอ
  4. การเติบโตของพอร์ต
    เมื่อพอร์ตของคุณเติบโตขึ้น ไม่ควรรีบเพิ่ม Lot แบบกระโดดโดยไม่มีหลักเกณฑ์ เพราะอาจทำให้สัดส่วนความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว วิธีที่ถูกต้องคือ ควรปรับ Lot ตามสัดส่วนของทุน เช่น ถ้าพอร์ตเพิ่มขึ้น 20% ก็อาจเพิ่ม Lot ขึ้นในอัตราใกล้เคียง เช่น 0.01 > 0.012 เท่านั้น เพื่อให้ระดับความเสี่ยงคงที่ และให้พอร์ตขยายได้เรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากไป

บทสรุป

การเลือกขนาด Lot ที่เหมาะกับพอร์ตไม่ใช่เรื่องของการคำนวณแบบสูตรตายตัว ตามตำราเท่านั้น แต่คือกระบวนการคิดที่เชื่อมโยงระหว่าง ทุน กลยุทธ์ และพฤติกรรมตลาดอย่างมีเหตุผล นักเทรดที่เข้าใจจุดนี้จะรู้ว่าทุกการเปิดออเดอร์ในขนาด Lot Size ต่าง ๆ คือการตัดสินใจเรื่องความเสี่ยงของพอร์ตโดยตรง

ท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเทรดด้วยตัวเองหรือใช้ EA ต่าง ๆ การเลือก Lot ที่พอดีคือรากฐานของการอยู่รอดในตลาดการเงิน การเติบโตของพอร์ตไม่จำเป็นต้องมาจากการเสี่ยงมากแบบ High Risk High Return แต่ควรมาจากการบริหารอย่างมีระบบ เข้าใจความสัมพันธ์ของทุกตัวแปร และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเพิ่มขนาด เมื่อไหร่ควรลด นั่นแหละคือเคล็ดลับจริงของการเทรดให้เงินเติบโตได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนในเส้นทางการเทรด

ลงทะเบียนสัมมนา